|
ข่าวดีสำหรับคนรักชีส! ชีสส่งผลต่อคอเลสเตอรอลอย่างไร และกินแค่ไหนให้ใจยังแข็งแรง
สำหรับใครที่เรียกตัวเองว่าเป็น "สายชีส" (Turophile) ไม่ว่าจะเห็นชีสยืดๆ บนพิซซ่า หรือพาร์เมซานป่นบนพาสต้าแล้วใจละลาย คงเคยมีความกังวลแวบเข้ามาในหัวว่า "คอเลสเตอรอลจะพุ่งไหม?"
ความเชื่อเดิมๆ มักบอกว่าชีสมีไขมันอิ่มตัวสูง ซึ่งเป็นตัวการสำคัญของคอเลสเตอรอลสูง แต่ข้อมูลใหม่ๆ ทางโภชนาการกำลังบอกเราว่า เราไม่จำเป็นต้องตัดชีสออกจากชีวิตเพื่อรักษาหัวใจ ตราบใดที่เราเข้าใจความสมดุลของมันครับ
ชีสกับคอเลสเตอรอล: เรื่องที่ต้องรู้
แม้ชีสจะมีไขมันอิ่มตัวที่อาจทำให้ระดับ LDL (คอเลสเตอรอลตัวเลว) สูงขึ้น เพราะไขมันชนิดนี้ไปลดความสามารถของตับในการกำจัดคอเลสเตอรอลออกจากกระแสเลือด แต่ชีสก็มี "ด้านดี" ที่มาช่วยคานอำนาจกันอยู่ครับ
แคลเซียมไม่ได้มีดีแค่บำรุงกระดูก: แคลเซียมในชีสมีคุณสมบัติพิเศษคือสามารถไปจับกับกรดไขมันในระบบทางเดินอาหาร ทำให้ไขมันเหล่านั้นถูกขับถ่ายออกมาแทนที่จะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด ผลที่ตามมาคือไขมันอิ่มตัวเข้าสู่ร่างกายน้อยลงกว่าที่ควรจะเป็นนั่นเอง
พลังแห่งการหมัก: ชีสที่ผ่านการหมัก เช่น เชดด้า (Cheddar), เกาด้า (Gouda) หรือสวิสชีส (Swiss) มีกระบวนการทางเคมีที่ช่วยปรับเปลี่ยนการดูดซึมไขมัน ผลการศึกษาบางส่วนพบว่าผลิตภัณฑ์นมเต็มไขมันที่ผ่านการหมัก ส่งผลต่อคอเลสเตอรอลน้อยกว่าที่คาดไว้ และอาจช่วยปกป้องหัวใจได้ในบางกรณีด้วย
สารอาหารที่ทำงานร่วมกัน: ชีสมีโครงสร้างสารอาหารที่ซับซ้อน ทั้งวิตามิน แร่ธาตุ โปรตีน และแบคทีเรียที่มีชีวิต ซึ่งสารเหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อช่วยลดผลกระทบเชิงลบของไขมันอิ่มตัวที่มีต่อร่างกาย
กินแค่ไหนถึงจะ "พอดี"?
คำถามยอดฮิตคือ "แล้วสรุปกินได้วันละเท่าไหร่?" คำตอบขึ้นอยู่กับสุขภาพโดยรวมของคุณครับ
หากคุณมีสุขภาพปกติ การทานชีสประมาณ 1 ถึง 1.5 ออนซ์ต่อวัน (ประมาณ 1 แผ่น หรือ 1/4 ถ้วยแบบขูด) ถือเป็นปริมาณที่เหมาะสมและเข้ากับแผนอาหารเพื่อสุขภาพหัวใจได้ แต่ถ้าคุณมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจหรือคอเลสเตอรอลสูงอยู่แล้ว อาจจะเลือกทานเป็นบางวัน หรือปรึกษาคุณหมอเพิ่มเติมเพื่อความมั่นใจครับ
เคล็ดลับการกินชีสแบบฉบับคนรักสุขภาพ
ถ้าอยากฟินกับชีสโดยไม่รู้สึกผิด ลองนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปปรับใช้ดูครับ:
จับคู่กับพืชผัก: ลองใช้ชีสเป็นตัวช่วยให้กินผักได้มากขึ้น เช่น โรยชีสบนผักนึ่ง หรือกินชีสแผ่นเล็กๆ คู่กับแอปเปิ้ลและถั่ว เส้นใยจากพืชจะช่วยเสริมการทำงานของหัวใจได้ดียิ่งขึ้น
เลือกชีสรสเข้มข้น: ชีสที่มีกลิ่นหรือรสจัดจ้านอย่าง พาร์เมซาน (Parmesan) หรือกอร์กอนโซลา (Gorgonzola) จะช่วยให้คุณได้รับรสชาติที่เต็มอิ่มโดยใช้ปริมาณเพียงนิดเดียว ช่วยลดการได้รับไขมันอิ่มตัวไปในตัว
สลับมาใช้แบบไขมันต่ำบ้าง: ในเมนูที่คุณต้องใช้ชีสปริมาณมาก เช่น ลาซานญ่า ลองผสมชีสแบบไขมันต่ำ (Low-fat) ลงไปครึ่งหนึ่ง รสชาติแทบไม่ต่างกันแต่ดีต่อหลอดเลือดมากกว่า
ลองชีสจากพืช: ปัจจุบันมีชีสที่ทำจากถั่ว (เช่น เมล็ดมะม่วงหิมพานต์) ซึ่งให้เนื้อสัมผัสครีมมี่และเข้มข้นไม่แพ้กัน แต่มีไขมันอิ่มตัวน้อยกว่ามาก
บทสรุปคือ: ชีสไม่ใช่ผู้ร้ายเสมอไปครับ หัวใจสำคัญคือ "ปริมาณและการจับคู่" ถ้าเรากินชีสในปริมาณที่พอเหมาะควบคู่ไปกับอาหารที่มีกากใยสูงและออกกำลังกายสม่ำเสมอ คุณก็ยังสามารถสนุกกับความอร่อยของชีสได้ต่อไปอย่างสบายใจครับ
|