ข้อดีข้อเสียของการเคลือบเซรามิก ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ: คุ้มค่าจริงไหมสำหรับรถคุณ?
สวัสดีครับเพื่อนๆ คนรักรถทุกท่าน ผมเชื่อว่าเวลาที่เราถอยรถป้ายแดงออกมาใหม่ๆ หรืออยากจะชุบชีวิตรถคันโปรดให้กลับมาเงาวับเหมือนเดิม คำถามแรกที่มักจะผุดขึ้นมาในหัวคือ เราควรจะพาเจ้าลูกชายไป เคลือบเซรามิก ดีไหม? เพราะหันไปทางไหนก็เจอแต่โฆษณาที่บอกว่ากันรอยได้บ้างล่ะ เงาตาแตกบ้างล่ะ แต่ในฐานะคนใช้รถจริงๆ เราต้องยอมรับครับว่าทุกนวัตกรรมย่อมมีสองด้านเสมอ การรู้ข้อมูลให้รอบด้านทั้งข้อดีและข้อเสียจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เพื่อให้เราไม่ต้องมานั่งเสียดายเงินภายหลัง วันนี้ผมจะขออาสามาสรุปให้ฟังแบบหมัดต่อหมัดว่าการทำเซรามิกนั้นมีความลับอะไรที่เราต้องรู้ก่อนกำเงินไปจ่ายร้านบ้างครับ
ข้อดีของการเคลือบเซรามิก: เกราะป้องกันที่เหนือกว่าแว็กซ์ทั่วไป
การทำเซรามิกไม่ใช่แค่การเคลือบสีให้เงาเฉยๆ ครับ แต่มันคือการสร้างชั้นเลเยอร์ใหม่ขึ้นมาปกป้องผิวรถของคุณ ซึ่งมีข้อดีที่น่าสนใจดังนี้ครับ
ความเงางามที่ลึกและทนทาน: รถจะมีความฉ่ำวาว (High Gloss) ที่มากกว่าการลงแว็กซ์ปกติ และความเงานี้จะอยู่ติดทนนานหลายปี ไม่หลุดลอกง่ายเวลาล้างรถ
ทำความสะอาดง่าย (Easy to Clean): ด้วยคุณสมบัติ Hydrophobic หรือการไล่น้ำ ทำให้น้ำไม่เกาะผิวรถ สิ่งสกปรกและขี้นกจึงหลุดออกง่ายมาก แค่ฉีดน้ำเปล่าก็เกือบสะอาดแล้วครับ
ป้องกันรังสี UV และสารเคมี: ช่วยป้องกันไม่ให้สีรถซีดจางจากแสงแดดเมืองไทย และป้องกันการกัดกร่อนจากคราบยางไม้ หรือฝนกรดได้ดีเยี่ยม
ลดการเกิดรอยขนแมว: ชั้นฟิล์มที่มีความแข็งระดับ 9H จะช่วยซับแรงเสียดสีเบาๆ จากการล้างรถได้ ทำให้รอยขนแมวเกิดขึ้นได้ยากกว่ารถที่ไม่ทำอะไรเลย
ข้อเสียและข้อจำกัดที่คุณอาจไม่เคยรู้
ในเมื่อมีข้อดีเยอะขนาดนี้ แล้วข้อเสียล่ะมีไหม? แน่นอนครับว่ามี และเป็นเรื่องที่เจ้าของรถหลายคนมักจะเข้าใจผิดกันบ่อยๆ เสียด้วย
ราคาสูง: การ เคลือบเซรามิก เกรดพรีเมียมมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลายหมื่นบาท ซึ่งต้องพิจารณาความคุ้มค่ากับงบประมาณที่มีครับ
ไม่ได้กันรอยขีดข่วนได้ร้อยเปอร์เซ็นต์: หลายคนเข้าใจว่าเคลือบแล้วรถจะกันรอยขูดขีดจากของแข็งหรือสะเก็ดหินได้ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดครับ มันกันได้แค่รอยขนแมวบางๆ เท่านั้น
คราบน้ำยังเกิดขึ้นได้: แม้น้ำจะกลิ้งเป็นลูกเมล็ดบอน แต่ถ้าคุณปล่อยให้น้ำแห้งคาตัวรถท่ามกลางแดดจัด คราบแร่ธาตุในน้ำก็ยังสามารถฝังตัวบนชั้นเซรามิกได้เช่นกัน
ต้องมีการดูแลรักษาเฉพาะทาง: หลังเคลือบมาแล้ว คุณไม่ควรนำรถไปเข้าเครื่องล้างรถอัตโนมัติที่ใช้แปรงรุนแรง เพราะจะทำให้ชั้นเคลือบเสื่อมสภาพไวขึ้นครับ
เรื่องที่ต้องระวังของเคลือบเซรามิก
การตัดสินใจ
เคลือบเซรามิก ไม่ได้หมายความว่าคุณจะทิ้งขว้างรถได้โดยไม่ดูแล เพราะจริงๆ แล้วหัวใจสำคัญคือขั้นตอนการเตรียมผิวรถครับ ร้านที่ราคาถูกเกินไปมักจะละเลยการขัดปรับสภาพผิวสีรถ (Polishing) ซึ่งถ้าพื้นผิวเดิมไม่เนียนจริง การลงน้ำยาเซรามิกทับไปก็เหมือนกับการเอาพลาสติกใสไปหุ้มของที่สกปรกไว้ครับ ความเงาก็จะอยู่ได้ไม่นานและดูไม่สวยเท่าที่ควร ดังนั้นการเลือกศูนย์บริการที่มีมาตรฐานจึงสำคัญพอๆ กับยี่ห้อน้ำยาเลยครับ
สิ่งที่ต้องเตรียมใจและเตรียมตัวก่อนเอารถไปทำ
ระยะเวลาการทำงาน: การทำเซรามิกอย่างประณีตมักต้องใช้เวลา 2-3 วัน ดังนั้นคุณต้องมีรถสำรองใช้ หรือวางแผนการเดินทางให้ดีครับ
การตรวจเช็คระยะ: โดยปกติร้านจะมีโปรแกรมให้เรากลับไปตรวจเช็คผิวสัมผัสทุกๆ 6 เดือน เพื่อเติมสารบำรุงชั้นเคลือบ (Maintenance) ซึ่งอาจมีค่าบริการเพิ่มเติมเล็กน้อย
การล้างรถเอง: คุณอาจต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ล้างรถใหม่ เช่น ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์คุณภาพสูง และแชมพูล้างรถที่มีค่า pH เป็นกลางเพื่อถนอมชั้นเคลือบครับ
สรุปแล้วการเคลือบเซรามิกคุ้มค่าสำหรับใคร?
โดยสรุปแล้ว การ เคลือบเซรามิก คุ้มค่าที่สุดสำหรับคนที่เพิ่งออกรถใหม่และต้องการรักษาชีวิตสีรถให้อยู่ในสภาพป้ายแดงไปนานๆ รวมถึงคนรักรถที่มีเวลาดูแลล้างรถด้วยตัวเอง หรือเข้าคาร์แคร์ที่เชื่อถือได้เป็นประจำครับ แม้จะมีข้อเสียเรื่องราคาที่สูงและข้อจำกัดเรื่องการกันรอยหนักๆ แต่ผลลัพธ์ในเรื่องความสะดวกรอบด้านและความสวยงามที่โดดเด่นกว่ารถทั่วไป ก็ยังทำให้มันเป็นนวัตกรรมการดูแลรถที่น่าลงทุนที่สุดในชั่วโมงนี้ครับ