ค่าบริการบริษัทรปภ คิดจากอะไรบ้าง? เจาะลึกโครงสร้างราคาที่ผู้ว่าจ้างต้องรู้
สวัสดีเพื่อนๆ เจ้าของกิจการ นิติบุคคลหมู่บ้าน และผู้ที่กำลังมองหาทีมงานรักษาความปลอดภัยมืออาชีพทุกคน การตัดสินใจจ้าง บริษัทรปภ สักแห่งเข้ามาดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ของเรา สิ่งแรกที่หลายคนมักจะนำมาพิจารณาเป็นอันดับต้นๆ ก็คือเรื่องของ ราคา หรือ ค่าบริการ ใช่ไหมคะ? แต่เคยสงสัยกันไหมคะว่า ทำไมราคาของแต่ละเจ้าถึงแตกต่างกันเหลือเกิน บางที่เสนอราคามาถูกจนน่าตกใจ ในขณะที่บางที่ราคาสูงแต่มาพร้อมกับบริการที่ครบวงจร ความจริงแล้วราคาค่าบริการเหล่านี้ไม่ได้ถูกตั้งขึ้นมาลอยๆ แต่มันมีโครงสร้างต้นทุนและปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่าเงินที่เราจ่ายไปนั้น บริษัทเขานำไปคำนวณจากอะไรบ้าง เพื่อให้เราเลือกใช้บริการได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
จำนวนจุดประจำการและกะเวลาการทำงาน
ปัจจัยพื้นฐานที่สุดในการคำนวณค่าบริการคือ จำนวนบุคลากร ที่ต้องใช้ในหน้างานจริง โดย
บริษัทรปภ จะพิจารณาจากจำนวนจุดที่ต้องมีคนเฝ้าตลอดเวลา ซึ่งโดยปกติจะแบ่งเป็น 2 กะหลักๆ คือกะกลางวัน 12 ชั่วโมง และกะกลางคืน 12 ชั่วโมง ยิ่งพื้นที่กว้างขวางและมีจุดเข้าออกเยอะ จำนวนคนก็ต้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อราคาเหมาจ่ายรายเดือนนั่นเอง
โครงสร้างเงินเดือน สวัสดิการ และค่าแรงขั้นต่ำ
นี่คือส่วนแบ่งที่ใหญ่ที่สุดของค่าบริการเลย เพราะหัวใจของงานบริการคือ คน ดังนั้นค่าบริการที่แบรนด์เสนอมาจะรวมสิ่งเหล่านี้ไว้แล้ว
อัตราค่าแรงขั้นต่ำตามกฎหมาย: ซึ่งอาจมีการปรับขึ้นตามนโยบายรัฐบาลในแต่ละปี
ค่าทำงานล่วงเวลา (OT): เนื่องจากการทำงานรักษาความปลอดภัยมักทำวันละ 12 ชั่วโมง จึงต้องมีค่าโอทีตามกฎหมายแรงงาน
ประกันสังคมและสวัสดิการพนักงาน: บริษัทที่มาตรฐานสูงจะดูแลส่วนนี้อย่างดีเพื่อให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีและตั้งใจทำงานให้กับเรา
เงินสมทบกองทุนต่างๆ และประกันอุบัติเหตุ: เพื่อความมั่นใจว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันในพื้นที่ของเรา จะมีการคุ้มครองที่ครอบคลุม
อุปกรณ์เสริมและนวัตกรรมด้านความปลอดภัย
ยุคนี้ บริษัทรปภ ไม่ได้มีแค่คนเดินตรวจตราเฉยๆ แล้วนะคะ เทคโนโลยีถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งส่วนนี้อาจถูกรวมเข้าไปในค่าบริการหรือแยกเป็นสัญญาเช่าอุปกรณ์เพิ่มเติมก็ได้ เช่น
ระบบสายตรวจดิจิทัล (QR Code Check-in): เพื่อตรวจสอบว่ารปภ. เดินตรวจตามจุดที่กำหนดจริงหรือไม่
อุปกรณ์สื่อสาร: เช่น วิทยุสื่อสารที่ทันสมัยและครอบคลุมทุกจุดในพื้นที่
ชุดเครื่องแบบและอุปกรณ์เฉพาะทาง: เช่น ไฟฉายกำลังสูง กระบอง หรืออุปกรณ์สำหรับระงับเหตุฉุกเฉิน
กล้องวงจรปิดหรือระบบมอนิเตอร์ผ่านศูนย์ควบคุม (Command Center) ในกรณีที่ต้องการความปลอดภัยขั้นสูง
ค่าบริหารจัดการและกำไรของบริษัท
กลางบทความนี้เราต้องมาคุยกันเรื่องที่หลายคนอาจมองข้ามไป นั่นคือ ค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการ (Management Fee) ของแต่ละ บริษัทรปภ เงินส่วนนี้ไม่ได้เป็นเพียงกำไรของบริษัทเท่านั้น แต่ถูกนำไปใช้ในการบริหารทีมงานเบื้องหลัง เช่น ทีมสายตรวจที่คอยสุ่มตรวจการทำงานตอนกลางคืน ทีมฝึกอบรมพนักงาน (Training) ที่ต้องอัปเดตทักษะการดับเพลิงหรือการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอยู่เสมอ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการทำประกันความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก หากเกิดเหตุทรัพย์สินสูญหายจากการละเลยหน้าที่ บริษัทจะมีงบส่วนนี้มารับผิดชอบความเสียหายให้กับผู้ว่าจ้างนั่นเอง
ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
หน้างานแต่ละที่ความยากง่ายไม่เท่ากัน ค่าบริการจึงแปรผันตามความเชี่ยวชาญด้วย เช่น การดูแลหมู่บ้านจัดสรรที่มีลูกบ้านจำนวนมาก การดูแลห้างสรรพสินค้าที่ต้องรับมือกับมวลชน หรือการดูแลโรงงานอุตสาหกรรมที่มีสารเคมีอันตราย พนักงานต้องผ่านการอบรมเฉพาะทางเพิ่มเติม ซึ่งแน่นอนว่า บริษัทรปภ จะต้องคิดค่าบริการที่สะท้อนถึงระดับความเป็นมืออาชีพและการบริหารความเสี่ยงที่สูงขึ้นตามไปด้วย
สรุป
การเลือกจ้าง บริษัทรปภ โดยดูที่ราคาถูกที่สุดเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีเสมอไป เพราะราคาที่ต่ำเกินไปอาจหมายถึงการตัดลดสวัสดิการพนักงาน ซึ่งจะส่งผลต่อขวัญกำลังใจและความรับผิดชอบต่อหน้าที่ในระยะยาวได้ การพิจารณาค่าบริการที่สมเหตุสมผล โดยดูจากรายละเอียดการฝึกอบรม อุปกรณ์ที่ใช้ และการรับประกันความเสียหาย จะช่วยให้คุณได้ทีมรักษาความปลอดภัยที่ไว้วางใจได้จริงๆ และช่วยให้การใช้ชีวิตหรือการทำธุรกิจของคุณดำเนินไปได้อย่างอุ่นใจที่สุด