ผนังคอนกรีตภายนอก ต้องป้องกันอะไรเป็นพิเศษ เพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนาน
สำหรับใครที่กำลังสร้างบ้านหรืออาคารด้วยวัสดุยอดนิยมอย่าง ผนังคอนกรีต แน่นอนว่าความแข็งแรงทนทานคือเหตุผลหลักที่หลายคนตัดสินใจเลือกใช้ใช่ไหมคะ แต่รู้ไหมคะว่าผนังที่ดูแกร่งเหมือนหินแบบนี้ เมื่อต้องออกไปเผชิญหน้ากับสภาพอากาศภายนอกที่แปรปรวนของเมืองไทย ทั้งแดดที่ร้อนจัด ฝนที่ตกหนัก และมลภาวะต่างๆ น้องคอนกรีตของเราก็มีความเปราะบางซ่อนอยู่เหมือนกัน หากเราปล่อยปละละเลยไม่ป้องกันให้ถูกจุด จากผนังที่ดูเรียบหรูเท่ๆ อาจกลายเป็นต้นเหตุของปัญหาบ้านทรุดโทรมได้ในระยะเวลาอันสั้น วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่าเจ้าผนังภายนอกของเราเนี่ย ต้องได้รับการดูแลและป้องกันเรื่องไหนเป็นพิเศษบ้าง
ภัยเงียบจากความชื้นและน้ำฝน ตัวการทำลายโครงสร้าง
ศัตรูอันดับหนึ่งของ ผนังคอนกรีต ภายนอกก็คือ "น้ำ" แม้คอนกรีตจะดูหนาแน่นแต่จริงๆ แล้วเขามีรูพรุนขนาดเล็กจำนวนมากที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เมื่อฝนตกน้ำจะซึมเข้าไปตามรูพรุนเหล่านี้ หากไม่มีการป้องกันที่ดี น้ำที่สะสมอยู่ภายในจะเข้าไปทำปฏิกิริยากับเหล็กเสริมที่อยู่ด้านในจนเกิดเป็นสนิม ซึ่งสนิมจะขยายตัวและดันให้คอนกรีตแตกร้าวจากภายในสู่ภายนอก นอกจากนี้ความชื้นยังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดเชื้อราและตะไคร่น้ำสีดำๆ ที่ทำให้บ้านของเราดูเก่าและสกปรกอีกด้วย
การป้องกันแสงแดดและรังสี UV ที่ทำให้ผนังกรอบร้าว
แดดเมืองไทยไม่เคยปราณีใคร ไม่ใช่แค่ผิวเราที่ไหม้ แต่ผนังบ้านก็ "ไหม้" ได้เหมือนกัน การได้รับความร้อนจากแสงแดดจัดตลอดทั้งวันจะทำให้เกิดการสะสมความร้อนสูง ส่งผลให้
ผนังคอนกรีต เกิดการขยายตัวและหดตัวอย่างรวดเร็วในช่วงที่อุณหภูมิลดลงตอนกลางคืน นำไปสู่ปัญหา "รอยร้าวลายงา" (Hairline Cracks) ซึ่งแม้จะเป็นรอยเล็กๆ แต่ก็เป็นช่องทางชั้นดีที่ให้น้ำและมลภาวะซึมเข้าไปทำลายโครงสร้างในอนาคตได้
มลภาวะและคราบสกปรกที่ฝังลึก
ผนังคอนกรีต ที่อยู่ภายนอกอาคารในเมืองใหญ่ต้องเผชิญกับเขม่าควัน ฝุ่นละออง และคราบน้ำมันจากท่อไอเสียรถยนต์ คราบเหล่านี้เมื่อรวมตัวกับน้ำฝนจะกลายเป็นคราบสกปรกฝังลึกที่ล้างออกยากมาก หากเราไม่เคลือบผิวป้องกันไว้ ผนังที่เคยสวยสะอาดจะดูหม่นหมองและสูญเสียเสน่ห์ของความเป็นคอนกรีตไปอย่างน่าเสียดาย
วิธีป้องกันและดูแลผนังคอนกรีตภายนอกให้สวยทน
เพื่อให้ผนังบ้านของคุณอยู่รอดปลอดภัยจากปัจจัยลบเหล่านี้ นี่คือเช็คลิสต์สิ่งที่คุณควรทำเป็นพิเศษ
การทาผลิตภัณฑ์กันซึม (Water Repellent): ควรเลือกใช้สารเคลือบประเภทน้ำยาดันน้ำที่ซึมลึกเข้าสู่เนื้อคอนกรีต เพื่อปิดรูพรุนแต่ยังยอมให้ผนัง "หายใจ" ได้
การเลือกใช้สีที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อน: หากมีการทาสีทับ ควรเลือกเกรดที่ช่วยลดการสะสมความร้อนและมีความยืดหยุ่นสูงเพื่อปกปิดรอยร้าวขนาดเล็ก
การทำระบบกันซึมบริเวณรอยต่อ: รอยต่อระหว่างแผ่นคอนกรีตหรือรอยต่อกับวงกบหน้าต่าง ต้องใช้วัสดุอุดยาแนว (Sealant) คุณภาพสูงที่ทนต่อรังสี UV และการเคลื่อนตัวได้ดี
การติดตั้งชายคาหรือกันสาด: เพื่อช่วยลดการสัมผัสแดดและฝนโดยตรงในบริเวณที่ทำได้
การหมั่นตรวจสอบรอยแตกร้าว: ควรเดินสำรวจรอบบ้านทุกๆ 6 เดือน หากพบรอยร้าวต้องรีบซ่อมแซมทันทีเพื่อไม่ให้ความเสียหายลุกลาม
การเลือกใช้วัสดุเคลือบผิวที่เหมาะสม
ปัจจุบันมีนวัตกรรมที่ช่วยปกป้อง ผนังคอนกรีต ได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่น้ำยาเคลือบแบบใสที่ไม่เปลี่ยนสีสันเดิมของคอนกรีต ไปจนถึงน้ำยาเคลือบเงาที่ช่วยให้ทำความสะอาดง่ายขึ้น สิ่งสำคัญคือต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุชัดเจนว่าใช้สำหรับงานภายนอก (Exterior) เท่านั้น เพราะจะมีสารป้องกันรังสี UV ที่เข้มข้นกว่างานภายในหลายเท่าตัว
สรุป
สรุปแล้ว ผนังคอนกรีต ภายนอกแม้จะเป็นวัสดุที่ทนทานมากเพียงใด แต่การป้องกันเรื่อง "น้ำ แสงแดด และมลภาวะ" คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานนับสิบปี การลงทุนกับน้ำยากันซึมหรือวัสดุอุดยาแนวคุณภาพสูงตั้งแต่ขั้นตอนการก่อสร้าง อาจจะดูเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย แต่เชื่อเถอะว่ามันคุ้มค่ากว่าการต้องมาตามซ่อมโครงสร้างเหล็กเสริมที่เป็นสนิมหรือผนังรั่วซึมในภายหลังอย่างแน่นอน!