ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อใช้งานสกรู A325 ในการก่อสร้าง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
ในโลกของวิศวกรรมโครงสร้างและงานก่อสร้างอาคารเหล็ก ความแข็งแรงและความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญที่ไม่สามารถประนีประนอมได้ หนึ่งในอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ที่แบกรับหน้าที่อันยิ่งใหญ่ในการยึดโยงโครงสร้างเหล็กขนาดมหึมาเข้าด้วยกันก็คือ สกรู A325 ซึ่งเป็นน็อตสกรูความแข็งแรงสูง (High Strength Bolt) ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายตามมาตรฐาน ASTM แต่ถึงแม้ว่าสเปกของวัสดุจะดีเพียงใด หากผู้ใช้งานหรือทีมช่างติดตั้งขาดความเข้าใจที่ถูกต้อง ก็อาจนำมาซึ่งความเสียหายได้! วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกถึงข้อผิดพลาดที่มักพบบ่อยหน้างาน เพื่อให้คุณสามารถตรวจสอบและป้องกันปัญหาได้ทันท่วงที เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยในการจัดการกับ สกรู A325 อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของอาคารทั้งหลังได้เลยทีเดียว
การนำกลับมาใช้งานซ้ำ (Reusing)
นี่คือหนึ่งในข้อผิดพลาดที่ร้ายแรงและพบบ่อยที่สุด เพื่อความประหยัดงบประมาณ หลายโครงการพยายามนำน็อตที่เคยขันแน่นไปแล้วกลับมาใช้ใหม่ ต้องเข้าใจก่อนว่าธรรมชาติของน็อตความแข็งแรงสูงเหล่านี้ เมื่อถูกขันจนถึงค่าแรงดึงที่กำหนด (Pretensioned) เนื้อเหล็กจะเกิดการยืดตัวถาวร (Plastic Deformation) ไปแล้ว
หากคุณนำกลับมาใช้ซ้ำ ความสามารถในการรับแรงดึงจะไม่เหมือนเดิม เสี่ยงต่อการขาดหรือคลายตัวได้ง่ายมาก ดังนั้นกฎเหล็กคือ หากมีการขันแน่นจนถึงจุดที่กำหนดแล้ว ห้ามนำกลับมาใช้ซ้ำเด็ดขาด ยกเว้นกรณีที่แค่ขันประคอง (Snug tight) และยังไม่ถึงค่าแรงดึงจริง ก็อาจจะพออนุโลมได้บ้างแต่ต้องตรวจสอบสภาพเกลียวอย่างละเอียด
การจัดเก็บที่ไม่เหมาะสมและการดูแลสารหล่อลื่น
หลายคนมองข้ามเรื่องการจัดเก็บ โดยวางกองไว้กลางแจ้ง ตากแดด ตากฝน หรือปล่อยให้ฝุ่นเกาะจนเขรอะ ปัญหาที่ตามมาคือสนิมและการเสื่อมสภาพของสารหล่อลื่นที่เคลือบมากับผิวสกรู สิ่งนี้ส่งผลโดยตรงต่อค่าแรงขัน (Torque) เมื่อสารหล่อลื่นแห้งหรือหายไป การขันให้ได้ค่าความตึงที่ต้องการจะต้องใช้แรงบิดที่มากกว่าปกติอย่างมาก หรือในบางกรณี เครื่องมือวัดค่าแรงบิด (Torque Wrench) อาจจะแจ้งว่าถึงค่าที่กำหนดแล้ว แต่จริงๆ แล้วแรงนั้นเสียไปกับแรงเสียดทานของสนิม ไม่ได้ไปสร้างแรงดึงในตัวน็อตจริงๆ ทำให้โครงสร้างไม่แน่นหนาอย่างที่คำนวณไว้
วิธีการขันแน่นที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม
การขัน
สกรู A325 ไม่ใช่แค่การใช้ประแจหมุนให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ต้องมีกระบวนการที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดแรงดึงในตัวน็อตที่ถูกต้อง (Pretension) ข้อผิดพลาดที่เจอประจำคือการใช้ความรู้สึกของช่างแทนการใช้วิธีวัดที่ได้มาตรฐาน
วิธีการที่ถูกต้องควรจะเป็นไปตามมาตรฐานสากล เช่น:
Turn-of-Nut Method: การหมุนเพิ่มจากจุดที่ขันแน่นด้วยมือตามองศาที่กำหนด
Calibrated Wrench Method: การใช้ประแจปอนด์ที่ผ่านการสอบเทียบ
Direct Tension Indicators (DTIs): การใช้แหวนวัดแรงดึง
หากใช้วิธีการกะเกณฑ์ด้วยสายตา หรือใช้บล็อกลมยิงจนแน่นโดยไม่มีการตรวจสอบ อาจทำให้เกลียวรูด ขาด หรือแรงดึงไม่ถึงเกณฑ์ที่ออกแบบไว้
การจับคู่อุปกรณ์ผิดสเปก (Mismatching)
สกรูเกรด A325 ไม่ได้ทำงานด้วยตัวคนเดียว มันต้องทำงานร่วมกับน็อตตัวเมีย (Nut) และแหวนรอง (Washer) เสมอ ข้อผิดพลาดคือการหยิบเอาน็อตตัวเมียเกรดทั่วไปตามท้องตลาดมาใช้คู่กัน เพราะเห็นว่าเกลียวใส่กันได้
ตามมาตรฐานแล้ว สกรูเกรดนี้ต้องใช้คู่กับน็อตตัวเมียเกรด A563 และแหวนรองเกรด F436 เท่านั้น เพื่อให้ความแข็งและความสามารถในการรับแรงสัมพันธ์กัน หากใช้น็อตตัวเมียเกรดต่ำกว่า เกลียวของตัวเมียจะรูดก่อนที่ตัวผู้จะทำหน้าที่รับแรงได้เต็มที่ ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมากในงานโครงสร้างเหล็ก
การชุบกัลวาไนซ์โดยไม่มีความรู้
บางโครงการต้องการป้องกันสนิม จึงนำสกรูไปชุบ Hot-Dip Galvanized เองโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นคือความหนาของชั้นสังกะสีที่เพิ่มขึ้นทำให้ขันน็อตไม่เข้า หรือต้องไปต๊าปเกลียวออกซึ่งทำให้ความแข็งแรงลดลง นอกจากนี้ กระบวนการชุบที่ไม่ได้มาตรฐานอาจทำให้เกิดภาวะ Hydrogen Embrittlement หรือความเปราะจากไฮโดรเจน แม้ว่าเกรด A325 จะมีความเสี่ยงน้อยกว่าเกรด A490 แต่ก็ต้องระมัดระวังและควรเลือกซื้อแบบที่ชุบสำเร็จจากโรงงานที่ได้มาตรฐานจะดีที่สุด
สรุป
การทำงานกับโครงสร้างเหล็กต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกซื้อ การจัดเก็บ ไปจนถึงขั้นตอนการติดตั้ง การหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดในการใช้งาน สกรู A325 ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้งานก่อสร้างราบรื่นและผ่านการตรวจสอบมาตรฐานเท่านั้น แต่ยังเป็นการรับประกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ที่จะเข้ามาใช้งานอาคารนั้นในอนาคตอีกด้วย