แจกแนวคิดทำงานกับอินฟลูเอนเซอร์แบบ Win-Win
ในยุคที่คอนเทนต์วิดีโอสั้นครองเมือง การทำการตลาดผ่านบุคคลที่มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์กลายเป็นกลยุทธ์หลักที่แบรนด์มองข้ามไม่ได้ แต่การจะทำให้แคมเปญออกมาสำเร็จและคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่จ่ายไปนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของการจ่ายเงินแล้วจบไป แต่คือการสร้างสายสัมพันธ์ในระยะยาวเพื่อให้ได้คอนเทนต์ที่ดูจริงใจและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุด หลายแบรนด์เริ่มต้นจากการพยายาม หาอินฟลูเอนเซอร์ ที่มียอดผู้ติดตามสูงๆ เพียงอย่างเดียว แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่เป็นไปตามเป้า เพราะขาดการวางแผนแนวคิดการทำงานร่วมกันที่เป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย
โดยเฉพาะการขยายฐานลูกค้าเข้าสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ การตัดสินใจ
จ้างอินฟลูเอนเซอร์tiktok กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ เนื่องจากอัลกอริทึมที่เอื้อต่อการมองเห็นมากกว่าแพลตฟอร์มอื่น แต่หัวใจสำคัญคือเราจะบรีฟงานอย่างไรให้ดูไม่เป็นโฆษณาจนเกินไป และทำอย่างไรให้อินฟลูเอนเซอร์อยากร่วมงานกับเราต่อในแคมเปญหน้า?
เข้าใจตัวตนของอินฟลูเอนเซอร์ก่อนเริ่มบรีฟงาน
ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการส่งบรีฟงานที่ตึงเครียดและจำกัดความคิดสร้างสรรค์มากเกินไป อย่าลืมว่าอินฟลูเอนเซอร์เติบโตมาได้เพราะสไตล์การเล่าเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์ของพวกเขา หากเราพยายามบังคับให้เขาพูดตามสคริปต์ทุกคำ คอนเทนต์จะออกมาดูแข็งและผู้ชมจะดูออกทันทีว่าเป็นงานโฆษณา ซึ่งส่งผลเสียต่อทั้งภาพลักษณ์ของแบรนด์และตัวผู้สร้างคอนเทนต์เอง
การทำการบ้านล่วงหน้าด้วยการศึกษาว่าเขาถนัดการเล่าเรื่องแบบไหน ใช้น้ำเสียงอย่างไร จะช่วยให้เราสื่อสารได้ตรงจุดมากขึ้น เมื่อแบรนด์แสดงออกว่าเราเข้าใจและเคารพในไอเดียของเขา อินฟลูเอนเซอร์จะรู้สึกสนุกและเต็มใจที่จะช่วยผลักดันแบรนด์ให้ไปได้ไกลกว่าแค่สิ่งที่ระบุไว้ในสัญญาจ้าง
เทคนิคการเลือกพาร์ทเนอร์ที่ใช่มากกว่าแค่ตัวเลขผู้ติดตาม
การเลือกพาร์ทเนอร์เพื่อมาร่วมงานไม่ใช่แค่การดูที่ยอดไลก์ แต่ต้องดูที่ "ความเกี่ยวเนื่อง" (Relevancy) ของเนื้อหากับตัวสินค้าของเราด้วย
ตรวจสอบคุณภาพของผู้ติดตาม ยอด Follower เยอะอาจไม่ได้หมายถึงยอดขายเสมอไป ลองสังเกตการโต้ตอบในคอมเมนต์ว่าดูเป็นคนจริงๆ หรือเปล่า และกลุ่มคนที่มาคุยกับเขาคือกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการจริงไหม
ความสม่ำเสมอของผลงาน อินฟลูเอนเซอร์ที่ทำงานอย่างมืออาชีพจะมีตารางลงคอนเทนต์ที่ชัดเจนและมีคุณภาพงานที่คงเส้นคงวา ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการทำงานล่าช้า
ความน่าเชื่อถือในอดีต ก่อนจะ
หาอินฟลูเอนเซอร์ สักคน ลองย้อนดูว่าเขาเคยรับงานที่ขัดกับภาพลักษณ์ของแบรนด์เรามาก่อนหรือไม่ เพื่อป้องกันปัญหาดราม่าที่อาจตามมาในภายหลัง
หากแบรนด์ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเหล่านี้ การร่วมงานกันจะราบรื่นขึ้นมากและลดโอกาสเกิดความขัดแย้งระหว่างทาง
การสื่อสารบรีฟงานให้ได้ใจและได้งานคุณภาพ
เมื่อถึงขั้นตอนการ จ้างอินฟลูเอนเซอร์tiktok หรือแพลตฟอร์มอื่นๆ การเขียนบรีฟควรมีความยืดหยุ่นแต่ชัดเจนในเป้าหมาย สิ่งที่ควรระบุไว้คือสิ่งที่แบรนด์ "ต้องมี" (Must-have) เช่น จุดเด่นของสินค้าที่ห้ามพูดผิด และสิ่งที่ "ห้ามมี" (Don't-have) เช่น การเปรียบเทียบกับคู่แข่ง แต่อย่าลืมเปิดพื้นที่ว่าง (Creative Freedom) ให้เขานำเสนอวิธีเล่าในแบบของเขาเอง
เคล็ดลับ!
การเสนอค่าตอบแทนที่สมเหตุสมผลและตรงต่อเวลาเป็นพื้นฐานสำคัญ แต่การให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เช่น การส่งสินค้าใหม่ให้ทดลองใช้ก่อนใคร หรือการให้โค้ดส่วนลดพิเศษสำหรับผู้ติดตามของเขาโดยเฉพาะ ก็เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์แบบ Win-Win ได้อย่างดีเยี่ยม เพราะเขาจะรู้สึกว่าแบรนด์ให้ความสำคัญกับฐานแฟนคลับของเขาจริงๆ